เล่นหุ้นมีความเสี่ยง แล้วเราจะเลี่ยงมันอย่างไร

หุ้นกับความเสี่ยง ถือว่าเป็นของคู่กันเลย และผมก็เชื่อว่าที่หลายท่านที่คิดจะเริ่มต้นเล่นหุ้น กลัว ไม่อยากจะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นส่วนหนึ่งก็เพราะเจ้า “ความเสี่ยง” นี่แหละ

หุ้นกับความเสี่ยงและผลกำไร

ถึงหุ้นจะมีความเสี่ยงก็จริง แต่หากเรามีการหลีกเลี่ยง ป้องกัน รวมถึงการจัดการที่ดี เราก็จะมีกำไรที่ยั่งยืนได้เช่นกันครับ

ดังนั้นเราลองมาดูกันถึง แนวคิดในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการลงทุนในหุ้นกันดีกว่าครับ ว่าพอจะมีแนวทางไหนที่เราจะลดความเสี่ยงลงได้บ้าง (แน่ล่ะทำให้หมดไปเลยไม่ได้หรอก แต่ลดลงบ้างก็ยังดี จริงมั้ยครับ :-))

แนวทางและแนวคิดเบื้องต้นในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในตลาดหุ้น

เรามาดูกันเป็นข้อๆ กันเลย

  • เข้าเล่นหุ้นในตัวที่เราเข้าใจดีเท่านั้น หุ้นตัวไหนที่เราไม่แน่ใจ ไม่รู้จริง ให้อยู่เฉยๆ
    อาจจะดูว่าใช้คำแรงไป แต่ในตลาดหุ้นคือโลกแห่งความจริง ของจริง ต้องเตือนกันแรงๆ แบบนี้แหละ :-)โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่า ความไม่รู้คือความเสี่ยง ดังนั้นถ้าเพื่อนๆ ไม่มีข้อมูลในหุ้นตัวนั้นเพียงพอ แค่มีคนพูดถึงหุ้นตัวนั้นๆ กันมากในเว็บบอร์ด มาร์สาวสวยเชียร์ หรือแค่เห็นมันวิ่งแล้วโดดเข้าแจม ต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่อันตรายมากๆ เพราะถ้าพลาดติดหุ้นแล้วอาจติดอยู่เป็นปี หรือหลายปี กว่าที่ราคามันจะกลับมาที่เดิม (ยิ่งหุ้นมีเจ้ามือ กว่าเจ้าจะเข้าอีกรอบ ไม่รู้เมื่อไหร่ :-))ดังนั้นเมื่อเรายังไม่เจอหุ้นตัวไหน ที่เข้าหลักเกณฑ์ในการลงทุนของเราที่ตั้งไว้ การอยู่เฉยๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
  • จะซื้อหุ้นตัวไหนให้ซื้อที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมากๆ
    เป็นการลดความเสี่ยงลงให้มากที่สุด และแนวทางนี้นับเป็นรูปแบบที่ถือเป็นหัวใจของการลงทุนแบบเน้นมูลค่า (Value investing) เลยทีเดียว เพราะนักลงทุนระดับโลกอย่าง Warren Buffett ก็ใช้แนวทางนี้ในการลดความเสี่ยงในการลงทุนของเขา ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจที่มีราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานที่ควรจะเป็นมากๆ เมื่อได้ราคาที่ต่ำกว่าพื้นฐานมากๆ โอกาศที่ราคาหุ้นจะขึ้น (Upside) ย่อมมีมากกว่าที่ราคาหุ้นจะลง (Downside) ทำให้เป็นการลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนไปในตัวด้วยเลยตัวอย่างเช่น ธุรกิจตัวหนึ่ง ประเมินจากมูลค่าตัวธุรกิจ รวมถึงสินทรัพย์แผงที่ซ่อนอยู่แล้ว มีค่าอยู่ประมาณ 30 บาทต่อหุ้น แต่ในตลาดกลับไม่มีใครสนใจ และซื้อขายกันอยู่ที่ 10 บาทต่อหุ้น แบบนี้ก็เท่ากับว่าเมื่อเราเข้าซื้อ เราก็ได้กำไรตั้งแต่เข้าซื้อกันเลย เพราะยังไงราคาก็จะวิ่งกลับไปไกล้เคียงกับมูลค่าพื้นฐานที่มันควรจะเป็นอยู่แล้วถ้าให้พูดกันตรงๆ ให้เห็นภาพ ก็คือ “หุ้นพื้นฐานดีต่อให้เจอเหตุการณ์แบบไหนแต่เหตุการณ์นั้นๆ ไม่กระทบต่อโครงสร้างธุรกิจ หรือไม่ทำให้พื้นฐานเปลี่ยน ยังไงราคาหุ้นของมันก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม กลับมาสะท้อนพื้นฐานของมันเหมือนเดิม ส่วนหุ้นเน่า ปั่นยังไง สร้างภาพอย่างไร ราคาก็วิ่งไปได้แค่ฉาบฉวย สุดท้ายก็กลับมาเน่าเหมือนเดิม” 🙂

    ถือแล้วจะขายเมื่อไหร่? ก็ต่อเมื่อราคามันกลับมาเท่ากับหรือแพงกว่า มูลค่าของธุรกิจจริงของมันนั่นแหละครับ

    รูปแบบที่ราคาหุ้นดีๆ ลดแหลก กระหน่ำซัมเมอร์เซลแบบนี้ มักจะเจอในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจครับ ซึ่งในช่วงนั้นใครใจถึง มองวิกฤตเป็นโอกาศก็จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำและลดความเสี่ยงได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรจะเป็นหุ้นตัวที่เราเข้าใจธุรกิจมันเป็นอย่างดี และมีการตามข้อมูลมาโดยตลอดด้วยนะครับ 🙂

สรุปแล้ว ในเบื้องต้น เราควรมีความรู้ความเข้าใจในตัวหุ้น และเข้าใจในตัวธุรกิจของหุ้นนั้นๆ ที่เราจะลงทุนให้มากที่สุดครับ ยิ่งรู้มากและมีข้อมูลที่มากเท่าไหร่ ความเสี่ยงในการลงทุนของเราก็ยิ่งลดลงได้มากเท่านั้น

และหากเพื่อนๆ นำไปต่อยอดกับการจัดการความเสี่ยงในระดับที่สูงขึ้นไป อย่างเช่น การบริหารจัดการการเงิน (Money Management) การกำหนดขนาดการลงทุน (Position Size) รวมถึงในเชิงเทคนิคพวก การกำหนดจุดตัดขาดทุน (Cut Loss) และการคิดความคุ้มค่าในการเทรดหุ้นแต่ละครั้งด้วย อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk Reward Ratio) เหล่านี้ด้วยแล้ว รับรองว่าเพื่อนๆ จะสามารถป้องกันความเสียหายจากความเสี่ยงได้มากขึ้นอีกเยอะ และสามารถทำกำไรในตลาดหุ้นได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ 🙂

แล้วอย่าลืมนะครับ ในการลงทุนไม่ว่าจะในหุ้นหรืออะไรก็ตาม “รักษาเงินต้นของเราเอาไว้ให้ได้” และ “ไม่จำเป็นต้องรับความเสี่ยง แต่ให้หลีกเลี่ยง ป้องกัน หรือลดมันให้ได้มากที่สุด” นะครับ หรือถ้าจะใช้คำให้เท่ๆ หน่อย ก็คือเราต้อง จัดการความเสี่ยง นั่นเอง 🙂





2 Comments

  1. Pingback: ลองเล่นหุ้นแบบ Low Risk High Return กันดีกว่า | Stock Tips DD

  2. Pingback: ทัศนคติที่ถูกต้องของการลงทุนหุ้น มีอะไรบ้าง? | Stock Tips DD

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *