การลงทุนออมหุ้นแบบ DCA ทำอย่างไร? แล้ววิธีนี้ดีไหม?

ช่วงนี้กระแสการออมหุ้นกำลังแรงเลยทีเดียว จะไม่เขียนถึงก็กระไรอยู่ 🙂 และวิธีการลงทุนแบบหนึ่ง ที่คนมักจะนึกถึงกันในการใช้สะสมหรือออมหุ้นก็คือ DCA ครับ

ด้วยความที่มันง่าย ไม่ซับซ้อนมากนัก จึงค่อนข้างจะเป็นมิตรกับมือใหม่ และหากมีวินัยและจัดการดีๆ วิธีนี้ก็แทบจะเป็นแบบอัตโนมัติก็ว่าได้ แล้วยิ่งเดี่ยวนี้มีโบรกเกอร์ที่มีบริการด้านนี้มาให้เลือกด้วย ก็ทำให้แนวคิดการลงทุนแบบออมเงินไว้ในหุ้นสะดวกขึ้นกว่าเดิม 🙂

Stock Investment

จากรูป: การเริ่มเอาเงินไปลงทุนแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งที่ควรทำ(ไม่ว่าจะด้วยแนว DCA, VI หรืออะไรก็ตาม) เพราะลำพังเงินจากงานประจำอย่างเดียวไม่อาจจะสร้างอิสรภาพทางการเงินให้เราได้

DCA คืออะไร

DCA ย่อมาจากคำว่า Dollar Cost Average หรือในหมู่นักลงทุนบ้านเราจะคุ้นเคยกับคำว่า ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน คือจะเป็นการทยอยซื้อหุ้นเป็นงวดๆ ด้วยจำนวนเงินครั้งละเท่าๆ กัน โดยอาจจะกำหนดงวดเป็น 1 เดือนซื้อครั้งหนึ่ง กำหนดวันซื้อในแต่ล่ะเดือนตายตัว ชัดเจน และทำต่อเนื่องกันไปตลอดอาจจะกำหนดว่า 10 ปี หรือ 15 ปี หรือตลอดชีวิตก็ได้แล้วแต่เรากำหนดครับ

จากวิธีนี้เดือน ไหนถ้าหุ้นราคาสูงเราก็ซื้อหุ้นได้น้อยหน่อย เดือนไหนที่หุ้นราคาลดต่ำลง เราก็จะได้หุ้นมาในจำนวนที่มากหน่อยถัวเฉลี่ยกันไปครับ

โดยมีเป้าหมายจริงๆ คือ “สะสม” หุ้นพื้นฐานดีเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวเป็นหลัก นอกจากนี้เรายังจะได้ประโยชน์จากเงินปันผลที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามจำนวนหุ้นที่เราสะสมเข้ามาในพอร์ตอีกด้วยครับ 🙂

DCA มีวิธีการลงทุนอย่างไร

วีธีการลงทุนแบบ DCA จริงๆ แล้วสามารถใช้กับการนำไปซื้อกองทุนรวมได้นะครับ และส่วนใหญ่เขาจะใช้กันแบบนั้น

แต่ถ้าจะนำมาใช้ในการสะสมหุ้นเข้าพอร์ตก็จะมีแนวทางง่ายๆ ดังนี้ครับ

1.กำหนดจำนวนหุ้นที่จะลงทุน (ควรอยู่ในช่วง 5 – 7 ตัว)

2.คัดเลือกหุ้นให้เข้าหลักเกณฑ์ดังนี้

  • เลือกหุ้นที่เราอยากเข้าไปเป็นหุ้นส่วนธุรกิจด้วย
  • ต้องเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานปานกลางขึ้นไป จนถึงดีเยี่ยม มีกำไรต่อเนื่อง ผู้บริหารมีคุณธรรมและความสามารถ
  • ต้องเป็นหุ้นอยู่ในธุรกิจที่สามารถเติบโตไดอีกมากในระยะยาว
  • ควรเป็นหุ้นที่อยู่ใน SET50 หรืออย่างต่ำก็ SET100 ซึ่งหุ้นพวกนี้จะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียงพอสมควร(ข้อนี้เป็นเพียงตัวเสริม จะไม่เอาหุ้นที่อยู่ SET50 หรือ SET100 ก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องมีข้อมูลและรู้จักบริษัทนั้นเป็นอย่างดี)
  • ควรเป็นหุ้นที่อยู่คนล่ะอุตสาหกรรมหรือต่างธุรกิจกัน เพื่อกระจายความเสี่ยงหากมีอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะตกต่ำก็จะไม่ทำให้กระทบพอร์ตมากนัก

 หมายเหตุ – จะใช้หลักตามด้านบนหรือจะใช้แบบ ข้อ1 ถึงข้อ 4 ตามที่ผมเคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้านี้(5 คุณสมบัติของหุ้นดีที่น่าซื้อถือลงทุนยาวๆ มีอะไรบ้าง)ก็ได้ไม่ว่ากัน แต่ขอให้เป็นหุ้นคุณภาพดีที่มีแนวโน้มเติบโตได้อีกมากในระยะยาวเป็นใช้ได้

3.กำหนดเงินลงทุนต่อตัวหุ้น เช่น ลงทุนทุกวันที่ 5 ของเดือน ตัวละ 2000 บาท เป็นต้น

4.คอยติดตามดูว่าหุ้นตัวไหนหลุดหลักเกณฑ์ในข้อ 2 ข้างบนเราก็เปลี่ยนตัวใหม่

5.ปันผลที่ได้ ให้นำมาซื้อหุ้นเพิ่ม

ข้อดีข้อเสียของการลงทุนออมหุ้นแบบ DCA

โดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าทุกรูปแบบการลงทุนล้วนมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น แบบ DCA ก็เช่นกัน เรามาดูกันดีกว่าว่ามีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง

ข้อดี

  • ทุนน้อยก็เริ่มลงทุนได้ วิธีนี้สามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยการใช้เงินลงทุนต่องวดในแต่ล่ะเดือนไม่มากนัก จึงเหมาะกับนักลงทุนที่อาจจะมีทุนเริ่มต้นไม่มากที่ต้องการออมเงินไว้ในหุ้นด้วยการสะสมหุ้นเพื่อให้เงินทำงานและได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงินไว้เฉยๆ
  • จะเป็นมนุษย์เงินเดือน ทำงานประจำ หรือธุรกิจส่วนตัวก็ลงทุนได้ เพราะไม่ต้องติดตามข่าวหรือติดตามราคาหุ้นในตลาดหุ้นมากนัก จึงไม่กระทบกับกิจการหรืองานที่ทำอยู่ เพียงแต่ต้องใช้เวลา และพิถีพิถันในการเลือกหุ้นพื้นฐานดีตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้สักหน่อยในตอนแรก ที่เหลือก็แทบจะเป็นการลงทุนแบบอัตโนมัติเลยก็ว่าได้
  • ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสะสมในระดับที่น่าพอใจประมาณ 10-15% ต่อปี โดยที่แทบจะเป็นระบบอัตโนมัติ
  • เมื่อเทียบกับการซื้อทั้งหมดที่ การทำ DCA จะทำได้ดีกว่าในช่วงหุ้นนั้นเป็นขาลง คือ ได้จำนวนหุ้นที่มากกว่า และลดการขาดทุนหนักๆ ได้หากราคาปรับตัวลงอย่างรุนแรง

ข้อเสีย

  • ต้องมีวินัยและต่อเนื่องในการที่จะต้องกันเงินมาไว้ซื้อหุ้นในแต่ละเดือน
  • กรณีหุ้นเป็นขาขึ้นจะได้ผลตอบแทนน้อยกว่าการซื้อขายแบบทั้งหมดทีเดียว

วิธีนี้เหมาะกับใคร? ดีไหม?

วิธีนี้จะเหมาะและดีต่อนักลงทุนทั่วไปที่ไม่ได้มีเวลาติดตามข่าวหรือติดตามตลาดมากนัก โดยเฉพาะมือใหม่ที่ไม่ได้มีความรู้ในเรื่องจังหวะซื้อขาย และไม่สามารถประเมินด้วยตัวเองได้ว่า หุ้นที่ตัวเองจะเข้าถือมีโอกาสจะขึ้นหรือลงมากกว่ากัน (เพราะถ้าเราประเมินได้ว่ามีโอกาสขึ้นมากกว่า 70/30 การเข้าซื้อทีเดียวด้วยเงินทั้งหมดแล้วถือไว้จะให้ผลตอบแทนได้มากกว่าการซื้อถัวเฉลี่ยแบบ DCA)

วิธีนี้สามารถช่วยให้เริ่มลงทุนในหุ้นได้ด้วยเงินลงทุนที่ไม่มากนัก และจะเหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมหุ้นมากๆ ส่วนที่สำคัญที่สุดคือคุณต้องมีวินัยในการออม โดยคุณจะต้องมีวันและเวลาการออมหุ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกๆ วันที่เท่าไหร่ของเดือนก็ว่าไป กำหนดได้ตามความเหมาะสม

สำหรับมนุษย์เงินเดือน หากใช้วิธีนี้จะได้เปรียบอยู่หน่อยหนึ่ง เพราะว่าเป็นกลุ่มที่มีรายได้ที่แน่นอนประจำทุกเดือน ทำให้คุณสามารถบริหารและจัดการกันเงินออกมาออมหุ้นได้ง่ายกว่าคนที่ไม่มีรายได้ประจำ เพราะ ฉะนั้น ท่านก็ควรใช้จุดแข็งตรงนี้ในการสร้างอิสรภาพทางการเงินตามที่ท่านหวังไว้ในระยะยาวต่อไปได้ครับ

ทุกการลงทุนมีจุดแข็งจุดอ่อนที่ต่างกันนะครับ ไม่ว่าจะออมหุ้น DCA เล่นเก็งกำไรทางเทคนิค หรือลงทุนหุ้นพื้นฐานแบบ VI อยู่ที่ว่าเราจะเลือกนำมาใช้ให้เข้ากับเรามากแค่ไหนมากกว่า ถ้าเป็นมือใหม่จะใช้ DCA แล้วหาเวลาศึกษาต่อยอดเป็นแนว VI ก็ทำได้ไม่ยาก (ถึงเวลาก็แยกออกมาอีกพอร์ตตะหากมาลงทุนแบบ VI ได้เลย ) เพราะหลักเกณฑ์การเลือกหุ้นด้านบนผมได้สอดแทรกแนวคิดส่วนหนึ่งของการลงทุนแบบ VI เข้าไว้ด้วยเช่นกัน 🙂

โบรกเกอร์หุ้นที่มีบริการด้านนี้โดยตรงมีไหม?

จริงๆ แล้วเราจะเปิดโบรกเกอร์แล้วออมเองก็ได้ แบบนี้ก็ต้องมีวินัยในการใส่เงินเข้าพอร์ตเป็นประจำทุกเดือน และต้องซื้อขั้นต่ำ 100 หุ้นขึ้นไป ไม่สามารถซื้อย่อยเป็นเศษหุ้นได้ในกระดานหลัก (อาจจะทำได้ในกระดานซื้อขายเศษหุ้น Odd Lot แต่ก็ไม่ค่อยสะดวกนัก)

มีอีกแบบที่สะดวกกว่าคือไปเปิดใช้บริการกับโบรกเกอร์ที่มีโปรแกรมออมหุ้นเลย แบบนี้จะสะดวกกว่าหน่อย ซึ่งเขาจะมีบริการตัดเงินจากบัญชีเลย แล้วก็สามารถซื้อเป็นเศษหุ้นได้ ไม่ต้องให้ลงตัวที่หลักร้อย เช่น ซื้อ 11 หุ้น หรือ 129 หุ้น ก็ซื้อได้

สำหรับโบรกเกอร์ที่เปิดโปรแกรมออมหุ้นนั้น เท่าที่ตรวจสอบดูตอนนี้ มีอยู่ 2 ที่ ที่มีบริการแนวๆ นี้นะครับ

  • โปรแกรม Easy Wealth Bulider หรือ EWB ของ บริษัทหลักทรัพย์ CIMB ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.cimbsecurities.co.th/files/EWB5000.pdf
  • โปรแกรม Share Buliders Plan หรือ SBP ของ บริษัทหลักทรัพย์ Phillip ดูรายละเอียดได้ที่ http://www.poems.in.th/SBP/

ท่านที่ชอบแนวนี้ก็ลองเข้าไปเช็คดูนะครับ หรือท่านที่ทราบว่ามีโบรกเกอร์อื่นที่มีบริการแนวนี้อยู่ก็แจ้งเข้ามาได้นะครับ ผมจะได้เอามาทำเป็นลิสรายการไว้ จะได้สะดวกต่อเพื่อนๆ นักลงทุนที่สนใจแนวการลงทุนแบบนี้เช่นกัน

คำเตือน

  1. วิธีนี้เป็นการออมหรือสะสมหุ้นเป็นหลัก ดังนั้นควรใช้วิธีนี้กับหุ้นเติบโตหรือหุ้นปันผล ที่มีพื้นฐานปานกลางจนถึงดีเยี่ยมเท่านั้น อย่าใช้กับหุ้นด้อยคุณภาพ หุ้นกลับตัว (หุ้น Turnaround ) เพราะเราเน้นสะสมของดีมีคุณภาพ สะสมหุ้นห่านทองคำ ไม่ใช่สะสมไปสะสมมาได้ขยะหรือของร้อน ความเสี่ยงสูง 🙂
  2. ส่งท้ายด้วยคำเตือนยอดฮิต “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุน” 🙂




Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *