ทัศนคติที่ถูกต้องของการลงทุนหุ้น มีอะไรบ้าง?

ถ้าจะถามผมว่าความยากของการลงทุนหุ้น คืออะไร และอะไรเป็นส่วนสำคัญที่สุดในการลงทุนหุ้น คำตอบของผมก็คือ การปรับทัศนคติให้ถูกต้องสำคัญที่สุด เพราะว่าหากเรามีทัศนคติมุมมองต่อตลาดหุ้นที่ดีแต่แรกก็เท่ากับว่าเราเดินไปสู่จุดหมายได้อย่างไม่หลงทางแล้ว ไม่ว่าจะขยายพอร์ต หรือทำกำไร มันก็ทำได้อย่างยั่งยืน

แต่หากมาเข้าตลาดด้วยแนวทางที่ผิดแต่แรก แทนที่จะจากพาสู่จุดหมายที่ฝัน บางทีมันกลับจะพาเข้ารกเข้าพง เสียผู้เสียคน (ที่แน่ๆ เสียตังด้วย 🙂 ) จนสุดท้ายต้องหันหลังออกไปจากตลาดหุ้นในที่สุด

Stock Investing: Attitude is key to winning

อยากรวยหุ้น ก็ต้องเริ่มต้นด้วยทัศนคติที่ถูกต้องก่อน

สำหรับผมทัศนคติที่ถูกต้องมันเป็นตัวชี้วัดเลยนะว่าในระยะยาวแล้ว เราจะอยู่รอดและประสบความสำเร็จในตลาดทุนได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นแค่หมูน้อยตัวอ้วนๆ ให้เหล่า เสือ สิงห์ กระทิงแรด ในตลาดรุมทึ้งเอาง่ายๆ 🙂 แนวความคิดต่อตลาดหุ้นของเพื่อนๆ นั่นแหล่ะ จะเป็นตัวตัดสิน

แล้วทัศนคติที่ถูกต้องมันมีอะไรบ้างล่ะ

ทัศนคติที่ดีของการลงทุนหุ้น

  • การลงทุนในหุ้นคือการลงทุนในธุรกิจ ต้องรู้และเข้าใจว่าหุ้นตัวนั้นๆ ทำธุรกิจแบบไหน แนวโน้มของธุรกิจเป็นอย่างไร มีฐานะทางการเงินที่แข่งแกร่งไหม ควรสนใจเรื่องพวกนี้ก่อน ไม่ใช่ราคาหุ้นอย่างเดียว
  • ถ้าเราอยากได้สิ่งที่สุดยอด อยากรวยหุ้น อยากมีอิสรภาพทางการเงิน เราก็ต้องทุ่มเททั้งใจให้กับมัน ถ้าคุณไม่มีใจรักในการลงทุนก็อยู่ในตลาดหุ้นไม่ได้นาน ตลาดหุ้นไม่ใช่ที่ๆ จะทำให้คุณรวยได้ง่าย และรวยเร็วแบบข้ามคืน ถ้าคุณคิดว่าการเล่นหุ้นเป็นแค่งานอดิเรกขำๆ ก็คือว่า ไม่ต้องศึกษามากหรอก เล่นไปเดี่ยวก็รวยแล้ว ผมบอกได้เลยว่าคนที่คิดแบบนี้ เจ็บกลับไปทุกราย (นี่ไม่ได้ขู่นา 🙂 )
  • ถ้าคุณอยากเก่งเรื่องหุ้น คุณก็ต้องยอมลงทุนในการหาความรู้ อย่าคิดว่าหนังสือแพง ค่าอบรมหรือสัมมนาแพง จริงๆ แล้วผมว่าคิดว่ามันถูกมากเลยนะ ถ้าเทียบกับการที่คุณต้องขาดทุนหนักๆ ในวันข้างหน้า เพียงเพราะว่าลองผิดลองถูกเอง ไม่ยอมลงทุนกับค่าความรู้ แต่การลงทุนที่ประหยัดก็มีนะครับ ซึ่งก็คือการอ่าน รายงานประจำปี และ 56-1 อันจะช่วยให้เราเข้าใจในธุรกิจของหุ้นที่จะลงทุนมากขึ้น แค่สองตัวนี้ก็หากินได้เยอะแล้วนะผมว่า 🙂
  • อย่าไปคาดหวังผลตอบแทนสูงเกินไป เอาเท่าที่เราพอทำได้ ให้คาดหวังน้อยๆ ก่อน แล้วก็ต้องพอใจเท่าที่มี เช่น หวังผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 15% ก็พอแล้วทบต้นหลายๆ มีมันก็เยอะไปเอง ซึ่งการคิดแบบนี้มันจะทำให้เราลงทุนแบบมีความสุขดีด้วย และที่น่าแปลกใจ และผมเจอกับตัวเอง ก็คือ แม้จะคาดหวังน้อย แต่มันมักจะได้เยอะไปเอง อันนี้อาจเป็นเพราะเราไม่ได้กดดันตัวเองมาก ว่าต้องทำกำไรมากๆ แค่มีความสุขกับกับสิ่งที่ทำ มันก็จะทำให้ผลงานออกมาดี
  • ปกป้องต้นทุนก่อน แล้วค่อยทำกำไร นักลงทุนมือใหม่มักจะมองและมุ่งแต่กำไร กำไร แล้วก็กำไร หวังกำไรมากๆ เป็นอันดับแรก ทำให้มักจะลงทุนเกินตัวและเล่นในเกมที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งที่จริงแล้วต้องปกป้องทุนของเราเอาไว้ให้ได้ก่อน แม้แต่นักลงทุนระดับโลกอย่างปู่ Buffet หรือปู่ Soros ก็ยังให้ความสำคัญของเรื่องนี้ไว้เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะปู่ Buffet ถึงกับตั้งกฏการลงทุนของท่านไว้ 2 ข้อว่า ข้อหนึ่ง อย่าขาดทุน ข้อสอง อย่าลืมกฏข้อหนี่ง ให้เลือกลงทุนโดยเน้นการลงทุนแบบขยายผลตอบแทนให้มากที่สุด โดยลดความเสี่ยงให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เลือกเล่นในเกมที่เราโอกาสได้มีมากกว่าเสีย ไม่ใช่โอกาสได้เสีย 50/50 แบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน พลาดมาแล้วมันจะกินทุนเราทีแทบหมด

เท่าที่นึกได้ มีเท่านี้แหล่ะ หากนึกออกเพิ่ม จะมาเพิ่มเติมอีกทีนะครับ ฮ่า 🙂

สำหรับมือใหม่กำลังเริ่มต้นเล่นหุ้น แนะนำให้ให้ อ่าน อ่าน แล้วก็อ่าน

แล้วต้องอ่านถึงเมื่อไหร่ล่ะ?

ผมเคยฟังบทสัมภาษณ์ของคุณพิชัย จาวลา เจ้าของทฤษฎีผลประโยชน์ ซึ่งผมคิดว่าสามารถตอบคำถามนี้ได้เป็นอย่างดี คุณพิชัยได้บอกเอาไว้ว่า

การ ที่เราศึกษาหรือเก็บความรู้ประสบการณ์อะไร จนไปถึงจุดที่มันเริ่มวนๆ ไม่มีอะไรใหม่แล้ว แสดงว่าถึงจุดที่ต้องเริ่มลงมือทำแล้วล่ะ ถึงจุดที่เราสามารถตัดสินใจเองได้แล้ว

ลองเอาไปเช็คกับตัวเองดูนะครับ 🙂





Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *